
พระบัวเข็มศิลปแบบพม่า มักจะสร้างด้วยดอกไม้แห้งที่ถวายพระ
นำมาปั้นและลงรักปิดทอง อายุราวพุทธศตวรรษที่
24 ส่วนองค์นี้สร้างเป็นรูปพระสีวลี พระอรหันต์ที่เป็นองค์แทนแห่งโชคลาภ
บันดาลให้เกิดความสงบสุขความร่มเย็นแด่ผู้บูชา
ตำนานพระบัวเข็มนั้นเริ่มด้วยเรื่องที่ว่า
เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ได้โปรดให้สร้างพระสถูปเจดีย์และพุทธวิหารขึ้นทั่วชมพูทวีป
มหาวิหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ
"อโศการาม" ซึ่งตั้งอยู่ในเขตแคว้นมคธ หลังจากที่สร้างพระสถูปเจดีย์ถึง
84,000
องค์สำเร็จแล้ว พระเจ้าอโศกทรงมีพระราชประสงค์จะนำพระบรมสารีริกธาตุของสัมมาสัมพุทธเจ้า
ไปบรรจุในในพระสถูปต่างๆ
และบรรจุในพระมหาสถูปองค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่มีความสูงประมาณครึ่งโยชน์
และประดับประดาด้วยแก้วต่างๆ ประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาให้ปาฎลีบุตร
อีกทั้งต้องการให้มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เป็นเวลา 7 ปี 7 เดือน 7 วัน
แต่ด้วยเกรงว่าพญามารจะมาทำลายพิธีฉลอง
มีเพียงพระอุปคุตต์ที่ไปจำศีลอยู่ในสะดือทะเลเพียงท่านเดียวเท่านั้น
ที่จะสามารถปราบพญามารได้
เมื่อพระอุปคุตต์ปราบพญามารจนสำนึกตัวหันมายึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแล้ว
พระอุปคุตต์จึงลงไปจำศีลอยู่ในสะดือทะเลตามเดิม พระอุปคุตต์นี้ไทยเรียกว่า
พระบัวเข็ม
ชาวไทยเหนือหรือชาวอีสานและชาวพม่านับถือพระอุปคุตต์มาก
ชาวพม่าไม่ว่าจะมีงานอะไรเป็นต้องนิมนต์มาเช้าพิธีด้วยเสมอ
ไทยเรานั้นมักจะบูชาพระบัวเข็มในพิธีขอฝนหรือพิธีมงคล ขอโชคลาภ
และยังมีความเชื่อที่ว่าพระบัวเข็มสามารถบันดาลให้เกิดความชุ่มเย็น สงบ ฯลฯ