In the life of Gautama before he become Lord Buddha, Prince Siddhattha had searched for many experiment to release from suffering and did serious practice until was skinny body. In one night the god Indra had visited him and played the harp to him in 3 styles. One was stringed tightly, it was ripped. Another stringed loosely, it was not melody and the third was fit to harmony. He was clear in comparison, then had progressed in the middle way until achieved the Enlightenment

 

 

 

 

พระบัวเข็มศิลปแบบพม่า มักจะสร้างด้วดอกไม้แห้งที่ถวายพระ นำมาปั้นและลงรักปิดทอง อายุราวพุทธศตวรรษที่
24 ส่วนองค์นี้สร้างเป็นรูปพระสีวลี พระอรหันต์ที่เป็นองค์แทนแห่งโชคลาภ
บันดาลให้เกิดความสงบสุขความร่เย็นแด่ผู้บูชา

 

 

ตำนานพระบัวเข็มนั้นเริ่มด้วยเรื่องที่ว่า

เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ได้โปรดให้สร้างพระสถูปเจดีย์และพุทธวิหารขึ้นทั่วชมพูทวีป มหาวิหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ
"อโศการาม" ซึ่งตั้งอยู่ในเขตแคว้นมคธ หลังจากที่สร้างพระสถูปเจดีย์ถึง 84,000
องค์สำเร็จแล้ว พระเจ้าอโศกทรงมีพระราชประสงค์จะนำพระบรมสารีริกธาตุของสัมมาสัมพุทธเจ้า
ไปบรรจุในในพระสถูปต่างๆ และบรรจุในพระมหาสถูปองค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่มีความสูงประมาณครึ่งโยชน์
และประดับประดาด้วยแก้วต่างๆ ประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาให้ปาฎลีบุตร
อีกทั้งต้องการให้มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เป็นเวลา 7 ปี 7 เดือน 7 วัน
แต่ด้วยเกรงว่าพญามารจะมาทำลายพิธีฉลอง
มีเพียงพระอุปคุตต์ที่ไปจำศีลอยู่ในสะดือทะเลเพียงท่านเดียวเท่านั้น ที่จะสามารถปราบพญามารได้
เมื่อพระอุปคุตต์ปราบพญามารจนสำนึกตัวหันมายึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแล้ว
พระอุปคุตต์จึงลงไปจำศีลอยู่ในสะดือทะเลตามเดิม พระอุปคุตต์นี้ไทยเรียกว่า พระบัวเข็ม
ชาวไทยเหนือหรือชาวอีสานและชาวพม่านับถือพระอุปคุตต์มาก
ชาวพม่าไม่ว่าจะมีงานอะไรเป็นต้องนิมนต์มาเช้าพิธีด้วยเสมอ
ไทยเรานั้นมักจะบูชาพระบัวเข็มในพิธีขอฝนหรือพิธีมงคล ขอโชคลาภ
และยังมีความเชื่อที่ว่าพระบัวเข็มสามารถบันดาลให้เกิดความชุ่มเย็น สงบ ฯลฯ

 

 

 

พระบัวเข็มสร้างแบบพระอุปคุต

พระสีวลี สร้างแบบพระบัวเข็ม

 

 

พระบัวเข็มขนาดเล็ก นิยมใช้ห้อยคอ (ขนาดห้อยคอ)