Discoverythailand     Buddha image collection from southeast  Asia

  ا   โชว์รูมพระบูชา   ا   พระเครื่องให้เช่า    ا   แลกเปลี่ยนกันชม    ช็คพระออนไลน์ ا  สมุดเยี่ยมชม    ا    Visiter This counter provided for free from HTMLcounter.com!

 
 

มีเวลาได้สนทนากับคนรุ่นเก่าที่เล่นพระมาแต่ก่อน ในยุคที่พระเครื่องยังไม่มีการกำหนดราคาค่าสิน อยากได้และเล่นหาเพราะศรัทธาจริงๆมิได้มีตัวเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง พระกรุงามๆสักองค์ก็อาจแลกได้ไก่ชนตัวเก๊าๆเก่งๆสักคู่ตัว (ธรรมชาติของไก่ชนโดยเฉาพะไก้ชนพันธุ์พม่าแท้ๆมักหวงคู่เวลาเปลี่ยนเจ้าของมักแลกกันเป็นคู่ๆหรืออาจเป็นเพราะต้องการสืบเชื้อสายเลือดที่เข้มข้นก็ได้)       ท่านนักนิยมพระที่รักทั้งหลายเคยคิดกันบ้างไหมว่าเหตุใดพระเครื่องบางพิมพ์บางองค์มีเยอะแยะมากมายกดพิมพ์กันนับหมื่นนับแสนบางพิมพ์นั้นหายากหาเย็น ปานจะขายไร่ขายนาไปเช่าหาก็ยังไม่พอไม่กุ้ม พระเครื่องบางองค์นั้นวิจิตรพิสดารงดงามอลังการบางองค์ทำไว้เหมือนใครจำกัดจิตนาการเอาไว้หรือกำหนดเงื่อนไขอะไรบางอย่าง

นั่นสิครับทำให้เกิดคำถามที่ตามมามากมาย ว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ในมุมมองของคนโบราณท่านได้วิพากษ์ไว้ พระเครื่องหรือวัตถุมงคลนั้นหากเป็นเกจิยุคหลังสร้างไว้เพื่อเป็นที่ระลึกหรือให้ลูกศิษย์ลูกหาติดตัวนั้นเป็นอีกเรื่องถ้าจะกล่าวกันแต่พระกรุล้วนๆต้องว่ากันด้วยวัตถุประสงค์ในการสร้าง 

 และด้วยเหตุที่ว่าพระเครื่องหรือพระพิมพ์นั้นหากสร้างมากๆ แล้วนับจำนวนเท่ากับพระธรรมขันธ์ วัตถุประสงค์แห่งการสร้างนั้นนั้นย่อมเป็นการสร้างรูปเคารพ เพื่อประกาศพระพุทธศาสนาไปในภายภาคหน้า (อาจจะภายหลัง 5000 ปีล่วง)ให้คนรุ่นนั้นทราบว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตที่พระพุทธศาสนาได้เคยแผ่พุทธานุภาพอันไพศาลในกาลครั้งหนึ่ง จึงได้สร้างไว้มากมาย ก่ายกองขุดไปที่ใดก็พบ หาไปที่ไหนก็เจออย่างเช่นพระคงลำพูนในสมัยก่อน บางคนถึงกับบอกว่าหาเช่าได้ตามร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วไปว่าเข้าไปนั่น (แหมนี่ก็เกินไปหน่อยพี่)เดี๋ยวนี้หายากหาเย็นนัก สภาพสวยๆว่ากันตั้งแต่หมื่นต้นๆ จรดแสนกลางๆโน่นเลย ขายนาหมดเป็นปั่นๆๆแลยล่ะครับอ้ายต้าว

พระเครื่องบางพิมพ์ นั้นมีน้อย อาจบวกความวิจิตรพิสดานในการสร้าง เพิ่มลวดลายเล็กๆ ปลอมยากปลอมเย็น หาของเก๊เจ๋งๆมักไม่เจอ เจอแต่เจ๊งๆเนื้อหานั้นสุดบรรจงบ่งบอกถึงความละเมียดละไมของสุนทรียภาพแห่งทักษะการสร้างของคนโบราณ  นั่นไงครับความแตกต่าง อาจเป็นเพราะคนโบราณ ท่านบรรจงประดิษฐ์สร้างไว้เพื่อเป็นของวิเศษประจำเมืองต่างหาก ดังตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ตำราที่สลักจารึกไว้ยกตัวอย่างเช่น

 

พระรอดวัดมหาวัน เป็นอุภาคีหนึ่งในเบญจภาคีฝ่ายบุญฤทธิ์ที่มีพระสมเด็จวัดระฆังเป็นประธานรวมกับพระพิมพ์อื่นๆอีก ๓ พิมพ์  คือ พระกำแพงซุ้มกอ (หรือพระกำแพงลีลาวัดขนุน), พระผงสุพรรณ, และพระนางพญาพิษณุโลก

                 กล่าวสำหรับพระรอดนั้นได้รับการขนานนามจากบรรดานักนิยมพระรุ่นบรรพบุรุษว่าเป็นสุดยอดนิรันตรายคือรอดจากภยันตรายต่างๆ ตลอดจนอำนวยผลในด้านเมตตามหานิยมและโชคลาภอีกด้วย พระรอดได้รับการยกย่องให้เป็นพระเครื่องชั้นนำยอดนิยมของวงการพระเครื่องเมืองไทยไปแล้ว

                ในสมัยก่อนหรือแม้แต่สมัยนี้ก็ตามที่มักจะมีการอ้างอิงตำนานของการปิดพระรอดว่า (สันนิษฐาน) พระรอดน่าจะถุกสร้างขึ้นมาโดย พระฤาษีนารอด หรือ พระฤาษีนารทะ โดยอยู่ในพระบรมราชินูปถัมถ์ ของพระนางจามเทวีพระมหากษัตริยืแห่งมหาอาณาจักรหริภุญไชยเมื่อประมาณปี พศ ๑๒๒๓ และบรรจุกรุไว้ในพระเจดีย์วัดมหาวันซึ่งเป็นพระอารามประจำทางทิศตะวันตกของนครหริภุญไชย หรือจังหวัดลำพูนในปัจจุบัน

               การค้นพบพระรอดครั้งแรกมีขึ้นในสมัยต้นรัชกาลที่๕ซึ่งจากบันทึกของทางวัดมหาวันได้ระบุไว้ว่าในปี พศ ๒๓๒๕ พระเจดีย์วัดมหาวันได้ชำรุดและพังทลายลงมาบางส่วน ตรงกับสมัยของเจ้าหลวงเหมพินทุไพจิตร เป็นเจ้าผู้ครองนครประเทศราชลำพูน ทางวัดจึงได้บูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ ซึ่งในครั้งนั้นก็มีการค้นพบพระรอดเป็นจำนวนมากที่สุดและได้นำบรรจุเข้าไว้ในพระเจดีย์ตามเดิม ต่อมาในปี พศ ๒๔๕๑ ฐานพระเจดีย์วัดมหาวันชำรุด ทางวัดก็ได้บูรณปฏิสังขรณ์ก็ปรากฏพบพระรอดที่บรรจุไว้ในปี พศ ๒๔๓๕ จึงนำออกมาแจกจ่ายแก่ข้าราชการและผู้มาร่วมงานในครั้งนั้นพระรอดที่พบในครั้งนั้น เรียกว่า พระรอดกรุเก่า

              ต่อมาในปี พศ ๒๔๙๘ มีการขุดพบพระรอดในบริเวณหน้าวัดมหาวัน และใต้ถุนกุฏิพระ ได้พบพระรอดจำนวนมากเกือบ ๓๐๐ องค์ เรียกว่า พระรอดกรุใหม่รุ่นแรก และต่อมาในปี พศ ๒๕๐๖ ทางวัดมหาวันได้รื้อพื้นอุโบสถเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ได้พบพระรอดที่มีจำนวนมากถึง ๓๐๐ องค์เศษๆ เรียกว่า พระรอดกรุใหม่รุ่นสอง และเป็นครั้งสุดท้ายที่ทางวัดมหาวันพบกรุพระรอดที่มีจำนวนมาก หลังจากนั้นก็มีผู้พยายามขุดหาพระรอดในบริเวณวัดมหาวันทุกซอกทุกมุมพบพระรอดบ้างแต่เป็นจำนวนน้อย นานๆจะได้สักองค์ แม้ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการขุดหากันอยู่แม้ว่าจะหายากก็ตาม

              ครับ  ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นการนำเสนอตั้งแต่ตำนานการสร้างพระรอดมาจนถึงเรื่องราวการแตกกรุของพระรอดตลอดจนการขุดหาพระรอด ซึ่งขอกล่าวเพียงกระสายพอหอมปากหอมคอเท่านั้น

              ความนิยมในพระรอดไม่มีวันเสื่อมคล้ายไปจากนักนิยม  สะสมพระเครื่องของเมืองไทยนับวันมีแต่จะทวีค่าทวีราคายิ่งขึ้น และใช่ว่าจะหาของแท้ดูชมได้ง่ายๆผู้ที่มีไว้จึงหวงแหนยิ่งนัก

เมืองหริภุญไชย (ลำพูน) ในตำนานพงศาวดารกล่าวโดยเริ่มต้นว่า เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นโดยพระฤาษี ๔ องค์ พงศาวดารโยนกว่า ๕ องค์ พระสุเทวะฤาษี หรือฤาษีว่สุเทพเป็นผู้นำในการสร้างท่านมีถิ่นพำนักอยู่ ณ ดอยอุจฉุบรรพต คือ ดอยสุเทพ สร้างเมืองหริภุญไชย เสร็จใน พ.ศ. ๑๒๐๐ จะกล่าวเฉพาะเรื่องราวที่เชื่อมโยงกันกับพระเครื่องในศิลปะหริภุญไชยเท่านั้น เพราะในตำนานส่วนใหญ่กล่าวถึง การเคลื่อนย้ายตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชนชาวมอญโบราณ พระพุทธศาสนา และการสร้างบำรุงศาสนสถานของกษัตริย์ในขณะนั้น พระนามจามเทวีได้ถูกเชิญมาเป็นกษัตริย์ครองเมืองนี้ และเจ้าหญิงเชื้อสายชนเผ่าจามพระองค์นี้ทรงเป็นธิดาของพระเจ้าจักรวรรดิราช กษัตริย์มอญ เมืองละโว้หรือลพบุรีในขณะนั้นคงเป็นศูนย์กลางของแคว้นเทวาราวดีของชนเผ่ามอญโบราณนี้ ยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาแบบมหายาน พระนางจามเทวีผู้ทรงศิริอันงดงามประเสริฐด้วยศีลได้ทรงนำพระพุทธศาสนา พระสงฆ์ พระไตรปิฎก รวมทั้งศิลปะวิทยาการต่างๆ และผู้คนอีกจำนวนมากขึ้นมายังเมืองหริภุญไชย

พระนางจามเทวีได้เสด็จมาถึงนครลำพูนใน พ.ศ. ๑๒๐๕ และขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงหริภุญไชยในปีเดียวกันนี้ ตำนานได้กล่าวถึง พระนางทรงสร้างวัด และถาวรวัตถุในศาสนสถานที่สำคัญที่สุดคือ ทรงสร้างจตุรพุทธปราการ โดยสร้างวัดไว้ทั้งสี่ทิศ ที่ชาวเมืองเรียกว่าวัดสี่มุมเมือง เพื่อเป็นการคุ้มครองเมืองไว้ทั้งสี่ทิศที่ปรากฎอยู่ ดังนี้

  • วัดพระคงฤาษี         อยู่ด้านทิศเหนือ

  • วัดดอนแก้ว            อยู่ด้านทิศตะวันออก

  • วัดมหาวัน              อยู่ด้านทิศตะวันตก

  • วัดประตูลี้               อยู่ด้านทิศใต้

นอกจากนี้ที่พระเจดีย์ฤาษี วัดพระคงฤาษี ยังปรากฎรูปพระฤาษีทั้งสี่องค์ผู้ร่วมสร้างเมืองหริภุญไชย ประทับยืนในซุ้มคูหา ของพระเจดีย์องค์นี้ พร้อมทั้งมีคำจารึกไว้ที่ใต้ฐานว่า

  • สุเทวะฤาษี           ผู้รักษาเมืองฝ่ายทิศเหนือ

  • สุกกทันตฤาษี        ผู้รักษาเมืองฝ่ายทิศใต้

  • สุพรหมฤาษี          ผู้รักษาเมื่องฝ่ายทิศตะวันออก

  • สุมมนารทะฤาษี      ผู้รักษาเมืองฝ่ายทิศตะวันตก

วัดทั้งสี่มุมเมืองนี้ พระนางจามเทวีทรงสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๒๒๓ เป็นพุทธาวาสที่สำคัญเป็นแหล่งกำเนิดกรุพระเครื่องอันมีชื่อที่สุดในลำพูนด้วย พระพิมพ์พระเครื่องหลายพิมพ์ทรงโดยเฉพาะ พระรอด พระคง พระฤา พระบาง พระเปิม มีรูปแบบของศิลปะทวาราวดี และศิลปะศรีวิชัย คงไม่ทราบว่าสร้างขึ้นในยุคแรก หรือ ยุคปลายของสมัยหริภุญไชย แต่เดิมเชื่อกันว่า สร้างโดยพระฤาษีพร้อมกับสร้างวัดในสมัยพระนางจามเทวี มีอายุราว ๑,๓๐๐ ปี ศิลปะทวาราดีในหริภุญไชยนั้นเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๑๒๒๓ ถึง พ.ศ. ๑๘๒๔ ยาวนานถึง ๖๒๔ ปี พระเครื่องทั้งสี่องค์ที่กล่าวมานั้น     จะสร้างโดยพระฤาษีในยุคแรกหรือยุคปลายของช่วงสมัยนั้น ไม่ขอออกความเห็น เพราะเคยพบพระพิมพ์ดินเผาขนาดใหญ่สมัยมวาราวดีกรุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ถ้ากำหนดอายุตามศิลปะแล้วราวพันปี แต่พระพิมพ์องค์นี้ที่ด้านหลังมีจารึกภาษาจีนบอกชื่อผู้สร้าง และปีศักราชหยวนจิน (ราชวงศ์หยวน) ตรงกับ พ.ศ. ๑๘๓๘ ทำให้ได้ทราบศิลปะทวาราวดีมีสร้างมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๙ หลังจากพระนางจามเทวีแล้ว มีกษัตริย์ราชวงศ์จามเทวีสืบต่อมาอีก ๒๗ พระองค์ ถึงวงศ์อาทิตตราช

พระยาอาทิตตราช พ.ศ. ๑๕๘๖-๑๖๐๔
ในขณะนั้นบ้านเมืองสิ้นศึกสงคราม มีความสงบสุข พระพุทธศาสนาในนครหริภุญไชยได้เจริญรุ่เรือง มีการพบพระบรมธาตุบังเกิดขึ้น ด้วยอภินิหารอันมหัศจรรย์ มีปรากฎในตำนานฉบับต่างๆ ที่อ้างชื่อไว้ตอนท้ายนี้ พระยาอาทิตตราช ก่อสถูปบรรจุพระบรมธาตุประดิษฐานไว้กลางเมืองหริภุญไชย พระนามปทุมวดี พระมเหสี ได้ทรงสร้างสุวรรณเจดีย์ยอดหุ้มด้วยทองคำองค์หนึ่ง ทางด้านทิศเหนือพระเจดีย์ยอดหุ้มด้วยทองคำองค์หนึ่ง ทางด้านทิศเหนือพระเจดีย์องค์นี้ สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๕ มีการขุดพบพระเปิมได้เป็นจำนวนมาก เป็นพระเปิมกรุเดียวกับของวัดดอนแก้วเรียกพระเปิมกรุนี้ว่ากรุปทุมวดี จบข้อความบางตอนที่อ้างจากตำนานมูลศาสนา และตำนานจามเทวีวงศ์มูลศาสนาเขียนขึ้น โดยพระพุทธญาณ จามเทวีวงศ์เขียนขึ้นโดย พระโพธิรังษี พระเถระทั้ง ๒ รูปนี้ ท่านเป็นนักปราชญ์ในสมัยลานนา ท่านแต่งตำนานเสร็จภายหลังสร้างเมืองปริภุญไชยแล้วเกือบแปดร้อยปี

พระยาสรรพสิทธิ์ และศิลาจารึกตชุมมหาเถร
พระยาสรรพสิทธิ์ เขียนในจารึกว่า สวาธิสิทธิ เสวยราชในนครหริภุญไชย พ.ศ. ๑๖๑๖-๑๖๖๑ เป็นยุคแห่งพระพุทธศาสนา และวรรณคดีภาษาบาลีเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง คัมภีร์พระปริตต์พระสูตรบทต่างๆ ก็ได้แต่งขึ้นครั้งแรกในนครหริภุญไชย และได้แพร่หลายมาจนทุกวันนี้ ดังปรากฎหลักฐานพบที่วัดแสนข้าวห่อ คือศิลาจารึก ตชุมหาเถรอักษรภาษามอญโบราณเนื้อความกล่าวถึง ตัวท่านตชุมหาเถรแห่งวัดเชตุวัน ในการนี้ได้สร้างถาวรวัตถุต่างๆ พร้อมทั้งสร้างคัมภีร์พระปริตต์ และคัมภีร์ยอดพระไตรปิฎกไว้ในวัดมหาวัลล์ (มหาวัน) จารึกตชุมหาเถรนี้จะได้สร้างในสมัยเดียวกับจารึกวัดกู่กุด แลุจารึกวัดเชตวัน ในรัชกาลของพระยาสรรพสิทธิ์

คัมภีร์พระปริตต์เป็นบทสวดพุทธมนต์ที่ศักสิทธิ์ในพระพุทธศาสนา ประเพณีการสวดพระปริตต์ก็เพื่อเป็นศิริมงคลคุ้มครองป้องกันภัย คัมภีร์พระปริตต์ คัมภีร์ยอดพระไตรปิฎก และชินบัญชร พระคาถาได้แต่งขึ้นที่ประเทศศรีลังกาในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๐ สมัยอนุราชปุระตอนต้น โดยพระเถระลังกา พระพุทธเรวัติมหาเถรเป็นประธาน ได้รวบรวมบทพระปริตต์ รวมเป็นคัมภีร์เรียกว่า พระสูตรจตุภาณวาร เป็นพระสูตรที่ได้นำมาจากพระไตรปิฎก ๑๔ พระสูตรที่สำคัญ ๖ พระสูตรที่นิยมสวดกัน ดังมีในหนังสือสวดมนต์เจ็ดตำนาน

วัดมหาวันเป็นแหล่งกำเนิดพระรอด พระพิมพ์แบบต่างๆ มากที่สุด ซึ่งตชุมหาเถรขณะนั้นอยู่วัดเชตวัน หรือวัดดอนแก้วเป็นผู้สร้างขึ้น แล้วบรรจุไว้ในสถูปเจดีย์ใหญ่ จารึกวัดมหาวันว่าพระเจดีย์ใหญ่องค์นี้ พระยาสรรพสิทธิท์ทรงสถาปนาขึ้น (พระเจดีย์องค์เดิมคงพังทลายไปแล้ว)

ศิลาจารึกวัดกู่กุดได้กล่าวถึงแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นั้นคงทำให้ศาสนสถานถาวรวัตถุพังเสียหายมากเจดีย์วัดกู่กุดก็พังทลายลง พระยาสรรพสิทธิ์ทรงซ่อมสร้างขึ้นใหม่ รวมทั้งพระพุทธรูปยืนในซุ้มเจดีย์ด้วย

กลุ่มพระเครื่องหลายพิมพ์ทรงในลำพูน ข้าพเจ้ามีความเข้าใจว่าได้สร้างขึ้นในสมัยพระยาสรรพสิทธิ์ครองนครหริภุญไชย ด้วยมีความเจริญรุ่งเรืองในพระพุทธศาสนา วิทยาการต่างๆ ดังปรากหลักฐานในศิลาจารึก และผู้ทำจารึกก็ทันอยู่ในเหตุการณ์ขณะนั้น และเป็นพระสังฆราชในนครหริภุญไชยด้วย ต่างจากตำนานที่เริ่มเขียนขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๙๙๔ ผู้เขียนอยู่ห่างจากเหตุการณ์ในขณะนั้นราว ๗๐๐ ปี

พระยาสรรพสิทธิ์ครองราชย์ยาวนานถึงประมาณ ๔๕ ปี เพียงพอต่อการพัฒนาผ่านเมืองทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสร้างศิลปะวัฒนธรรมให้เจริญรุ่งเรืองได้ บ้านเมืองในแคว้นใกล้เคียงมีความเจริญในขณะนั้น มีศรีลังกา พม่า พุกาม และแคว้นลพบุรี ก็ได้แผ่อิทธพลทางศิลปะวัฒนธรรมเข้ามายังเมืองหริภุญไชย ศิลปะมอญแห่งพุกามในสมัยพระเจ้าครรชิตถึงพระเจ้านรปติสิทธู พ.ศ. ๑๖๒๗-๑๗๑๖ กำลังรุ่งเรืองในขณะนั้น มีอิทธิพลอย่างมาก ได้เข้ามาผสมผสานกับศิลปะในหริภุญไชยด้วย

พระเครื่องในลำพูนทุกพิมพ์เป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาทั้งสิ้น ในจำนวนนี้มีพระเครื่องชั้นนำคือ พระรอด พระคง พระฤาษี พระเปิม ทั้งสี่องค์นี้สร้างจากวัดสี่มุมเมือง นอกนั้นเป็นพระพิมพ์ขนาดใหญ่หลายพิมพ์กระจายอยู่ตามกรุหลายแห่งในเมืองลำพูน

 

ดังนั้น  จะเห็นได้ว่าพระเครื่องบางพิมพ์นั้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระพุทธสักขีปฏิมา แต่พระเครื่องอีกชนิดหนึ่งได้ถูกบรรจงสร้างขึ้นเพื่อเป็นของ วิเศษ ประจำเมือง แล้วท่านล่ะครับ เลือกที่จะแขวนพระชนิดไหน

 

ชนก หล้านามวงศ์