ภาพถ่ายทางอากาศแสดงเมืองเชียงแสนในปัจจุบันด้านล่างคือแม่น้ำโขงครับ

 

เชียงแสน 

 

 

                   พบว่าในเมืองเชียงแสนที่พระเจดีย์วัดอาทิตย์ต้นแก้ว  ซึ่งมีทรากของพระเจดีย์องค์เดิมอยู่ข้างในนั้น 

 

ผมเองได้ปีนขึ้นไปดูอย่างใกล้ชิด พบว่าส่วนยอดของพระสถูปองค์เดิม ที่ทำเป็นรูปทรงกลมคล้ายปุ่มน้ำค้างมีรูปบัวประดับรอบสี่ทิศ 

 

ลักษณะเช่นนี้แตกต่างไปจากศิลปะสถาปัตยกรรมในเขตลานนาในสมัยพุทธศตวรรตที่  ๑๙  เท่าที่เคยพบเห็นมาพระเจดีย์ที่วัดอาทิตย์

 

ต้นแก้วนี้ทราบกันมานานแล้วว่าเป็นเจดีย์เก่า  แต่ก็มีนักปราชญ์หลายท่านให้ความว่าคงเก่าไม่เกินรัชกาลพระเจ้าแสนภู 

 

ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่สามของลานนาไทยและพระเจดีย์รุ่นหลังที่ครอบทับอยู่นั้นก็เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมในสมัยของ

 

พระเมืองแก้วพระมหากษัตริย์องค์ที่  ๑๔  ของลานนาซึ่งเป็นราชนัดดาของพระเจ้าติโลกราช  นอกเมืองเชียงแสนไปทางใต้ราว  ๓  กม.

 

 ก่อนถึงเวียงปรึกษาหรือเชียงแสนน้อยมีเขาลูกหนึ่งเรียกว่าดอยจัน  อยู่ริมปากแม่น้ำคำ  ตอนไหลลงสู่แม่น้ำโขง  บริเวณนี้  อาจารย์และนัก

 

ศึกษาคณะโบราณคดีเคยมาทำการขุดค้นพบเครื่องมือหินกะเทาะและหินขัดเป็นจำนวนมาก  ได้ให้ความเห็นว่าเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยหินเก่า

 

และหินใหม่ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคเหนือ   (วีรพันธุ์   มาไลยพันธุ์  ๒๕๒๑  ๓๕  ๔๓ ) 

พระบูชาศิลปเชียงแสนแบบสิงห์ 1 (พระสร้างย้อนยุค เมื่อปี 2536 ปลุกเสกที่วัดพระบรมธาตุดอยตุง)

 

 

                                                                                             ต่อมามีพระสงฆ์และชาวบ้านได้มาแผ้วถางป่าบริเวณ

 

ตีนดอยจันเพื่อพัฒนาขึ้นเป็นวัด   ได้พบร่องรอยโบราณสถานและวัตถุในสมัยประวัติศาสร์จำนวนมาก   ตั้งแต่บริเวณเชิงดอยจนถึงยอดเขา  ที่

 

เป็นโบราณวัตถุได้แก่พระพุทธรูป พระพิมพ์ เศษเครื่องปั้นดินเผาเครือบและไม่เครือบ ส่วนที่เป็นโบราณวัตถุก็ได้แก่ฐานพระสถูปเจดีย์วิหารและ

 

พระพุทธรูปประธานของพระวิหาร   เมื่อพัฒนาเรียบร้อยแล้วก็ตั้งเป็นวัดขึ้น   เรียกวัดพระธาตุผาเงา   โดยมีพระอาจารย์คำแสนคัมภีโรเป็นเจ้า

 

อาวาส   สิ่งสำคัญที่ได้พบก็คือ   ตรงเชิงดอยจันตรงบริเวณที่กำลังสร้างเขตพุทธาวาสนั้น   พบฐานวิหารเดิมมีซากพระประธานสูงใหญ่  เมื่อ

 

ทำการขุดลอกตรงหน้าฐานพระประธานนั้น   พบพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดเท่าคนองค์หนึ่งฝังอยุ่ในลักษณะที่เห็นว่าเป็นพระพุทธรูปเดิมมีมาก่อน

 

แล้ว  ต่อมาจึงมีการก่อสร้างพระประธานองค์ใหญ่ครอบทับ   ทางวัดขุดลอกออกมาเพียงแค่หน้าอกเท่านั้นยังไม่ลอกออกให้เห็นเต็ม

 

องค์(ข้างล่างเป็นดินที่แข็งตัวเป็นหินหากขุดลงไปเกรงจะเป็นที่เสียหายแก่องค์พระ)เลยบอกไม่ได้ว่าเป็นพระนั่งหรือพระยืน  และถ้าเป็นพระนั่ง

 

พระพักตร์ค่อนข้างยาวรีและมีพระขมวดเกศาโต