จากการสำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีในเขตจังหวัดลำพูน
และที่ชาวบ้านพบในรูปแบบต่าง ๆ ได้พบโบราณวัตถุอันเนื่องในพระพุทธศาสนา
ประเภทพระพิมพ์จำนวนหนึ่ง คือ พระพิมพ์ซุ้มพุทธคยา พระกวาง พระลือหน้ามงคล
พระแปด และพระสิบแปด โดยขุดพบในชั้นวัฒนธรรมล้านนา (พุทธศตวรรษที่ ๑๙)
พระพิมพ์ซุ้มพุทธคยา
มีรูปแบบเหมือนพระพิมพ์ ที่แพ่หลายอยู่ในพม่า ที่เมืองพุกาม และพะโค
ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ส่วนพระลือหน้ามงคลนั้น
เป็นกลุ่มพระพิมพ์ที่มีอายุในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๖
เป็นกลุ่มพระพิมพ์ที่คลี่คลายคติ และรูปแบบมาจากเรื่องราวในพุทธประวัติสองตอน
คือ ตอนตรัสรู้ใต้ต้นโพธิที่พุทธคยา และตอนแสดงปฐมเทศนา ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ซึ่งเป็นภาพพุทธประวัติที่นิยมสร้างกันในอินเดีย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในสกุลช่างคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ ๗ - ๑๑) และสกุลปาละ (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๔)

สำหรับพระลือหน้ามงคล ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มปรกโพธิ (กลุ่มพระรอด
พระคง พระเปิม และพระบัง) สร้างตามคติและรปแบบที่แสดงเรื่องราวในพุทธประวัติตอนตรัสรู้
และปฐมเทศนา ซึ่งแสดงภาพพระพุทธเจ้าปางมารวิชัย และมีกวางสองตัวหมอบอยู่ข้าง
(สัญลักษณ์การแสดงปฐมเทศนาที่ป่ากวาง) แสดง่วาอิทธิพลพุทธศาสนาที่ปรากฎในเมืองหริภุญชัยนั้น
มาจากหลายสาย มีอิทธิพลศิลปะอินเดีย แบบคุปตะผ่าน
วัฒนธรรมทวารวดีเข้ามาทางหนึ่ง และมีคตินิยมของชาวพื้นเมืองผสมผสาน จึงปรากฎรูปแบบพระพิมพ์ที่มีลักษณะแตกต่างออกไป
กลายเป็นแบบเฉพาะของชุมชนในวัฒนธรรมหริภุญชัยต่อไป
พระลือหน้ามงคล เป็นพระพิมพ์ขนาดกลาง
กว้างสองเซนติเมตร สูงสามเซนติเมตร ใหญ่กว่าพระคงและพระบางเล็กน้อย
ขุดพบที่วัดประตูลี้ วัดมหาวัน วัดพระคงฤาษี วัดดอนแก้ว
และบริเวณสำนักฆ์กู่เหล็ก
พุทธลักษณ์จะแตกต่างกับพระคง พระคง
พระบาง พระเปิม คือ องค์พระที่ครองจีวร ห่มดองมีสังฆาฏิพาดบ่า
ประทับนั่งบนฐานที่มีลักษณะคล้ายดอกบัว โดยรอบองค์พระจะมีรัศมีรอบ ๆ
ซุ้มประดับด้วยดอกบัวและก้านบัว ที่ไม่ใช้ใบโพธิเหมือนกับพระคง พระบาง
พระเปิม องค์ที่พิมพ์ชัดจะมีพระพักตร์ดูงดงามของศิลปะหริภุญชัย
เนื้อองค์พระละเอียด
เนียนนุ่มประหนึ่งว่าเล็บจะหยิกได้แต่จริงๆแล้วค่อนข้างแข็งแกร่ง
หากเป็นพระที่ผ่านการใช้สัมผัสมาเป็นเวลานาน เนื้อหาจะเนียนนุ่ม หนึกและ
มีความสว่างปรากฏอยู่ในตัว