
พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน
385 กิโลเมตรจากกรุงเทพ ถึงเมืองกำแพงเพชร
เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 18 กลุ่มเมืองกำแพงเพชรมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงชั้นเอก
ประกอบไปด้วย เมืองชากังราว เมืองนครพระชุม(นครชุม) เมืองตรัยตรึงษ์
เมืองสุพรรณภาว เมืองคณฑี เมืองแป้นตอ เมืองบางพาน เมืองแปบ
และเมืองเทพนคร สร้างในรัชสมัยพระเจ้าเลอไท (พศ1890) กษัตริย์องค์ที่4
แห่งราชวงศ์สุโขทัย
เรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของพระกำแพงเม็ดขนุน
ก็คือสีสำหรับสีนั้นพระพิมพ์นี้มีเกือบทุกสีในระบวนการสีของพระเครื่องด้วยกัน
กล่าวคือ จำพวกสกุลแดง ก็จะมีความแดงที่ไม่สดนัก
ถ้าเข้มก็จะเป็นแดงคล้ำดังเช่นสีชาดก้อน หรือถ้าอ่อนก็เช่นสีอิฐ
จากนั้นก็เป็นแดงอมเหลืองอันเป็นสีที่สว่างอันออกในลักษณะสีส้ม ซึ่งจะมีความจัด
อ่อนลดหลั่นกันไปอีก และจำพวกเหลืองแก่
นี้จะเป็นสีที่สดสวยกว่าสีอื่นทั้งมวล ในสกุลพระกำแพงเม็ดขนุนด้วยกัน
นอกจากนั้นก็เป็นจำพวกเหลือง
สีเหลืองนี้มีสีค่อนข้างแห้งและนวลเช่นใบไม้แห้ง พิกุล แห้งมากกว่าเหลืองสด
เหลืองสดที่ปราศจากการอมแดงนั้นพบน้อย
นอกจากนี้ความอ่อนของสีเหลืองยังปรากฏอีกหลายระดับ
จนถึงสีใบลานหรืออ่อนกว่าซึ่งบางท่านนิยมกำหนดเป็นสีขาวก็มี
สำหรับสีสำคัญและดูง่ายที่สุดก็คือพวกสีน้ำตาล
สีน้ำตาลของพระกำแพงเม็ดขนุนนั้น เป็นสีน้ำตาลเหลืองคล้ำ
และแทรกด้วยเขียวเท่าเล็กน้อย กับมีความอ่อนแตกต่างออกไปอีกหลายระดับ
ตั้งแต่น้ำตาลสีขี้ผึ้งผสมจนถึงน้ำตาลแก่เม็ดมะขาม
พระกำแพงเม็ดขนุนสีน้ำตาลนั้น
เป็นจำพวกเนื้อละเอียดนุ่มแทบทั้งสิ้นจึงดูง่ายมาก
นอกจากพระเนื้อละเอียดนุ่มปานกลาง
และทั้งสีและเนื้อมีกจะมีความสม่ำเสมอทั่วทั้งองค์
เนื้อแบบนี้ถ้าหากมิได้ใช้แล้วเมื่อใช้แว่นขยายมากเท่าส่องดู
จะเห็นความละเอียดยิบของมวลสารที่ประกอบกันเป็นหนึ่งเนื้อเกษตร
แต่ถ้าเป็นพระผ่านการใช้แล้วลักษณะดังกล่าวจะคงไว้ตามซอกต่างๆ
ส่วนเนื้อที่สึกเพราะสัมผัสก็มักจะดูนุ่มจัดมากเช่นกัน
จากการพิจารณาพระกำแพงเม็ดขนุนแล้วจะได้หลักบางประการประกอบด้วย
1.
บริเวณส่วนที่ยังมีเศษรักติดอยู่มักจะไม่เกิดคราบและรักนี้เมื่อร่อนออกไปแล้วปรากฏฝ้าขาวจับหนือผิว
พอสังเกตเห็นสีเนื้อพระได้กำไร
2. พระกำแพงเม็ดขนุนนี้คราบเกาะอยู่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับพระอื่นๆ
ทั้งนี้มีผู้รู้ให้ข้อคิดเห็นว่าเป็นพระที่มีเนื้อละเอียด
ผิวแน่นเนียนและมีสารผสมในเนื้อพระมากอย่าง (คล้ายน้ำมัน)
ที่ทำให้คราบเกาะได้ยากประการหนึ่งลักษณะที่อยู่ในกรุของพระถูกห้อมล้อมด้วยสิ่งที่เกิดคราบได้ยากประการหนึ่งและเนื้อพระเป็นวัสดุที่ยากต่อการจับตัวของคราบอีกประหนึ่ง
3. เนื้อพระกำแพงเม็ดขนุนประเภทละเอียดนุ่ม
แต่ผิวไม่แน่นอันมีลักษณะคล้ายเกษตรนั้นมักจะไม่มีคราบคงจะเป็นเพราะความเหนียวแน่นของเนื้อพระมีน้อยคราบที่จับผิวจึงง่ายต่อการหลุดเมื่อชะล้าง
และก็คงจะหลุดไปเสียหมด เมื่อนำพระออกจากรุในระยะแรกๆ
ดังนั้น
พระกำแพงเม็ดขนุนส่วนมากจึงมีคราบจับน้อย
หรืออาจจะกล่าวโดยทั่วไปได้ว่าพระแพงเนื้อดินละเอียดนุ่มจัดนี้
ทุกพิมพ์จะมีคราบจับน้อยก็ได้
นอกจากเรื่องคราบแล้ว ในสมัยก่อนประมาณ 30
ปีผ่านมานี้ ได้รับคำอธิบายจากนักสะสมพระรุ่นใหญ่ ให้รู้จักกับไคล
ซึ่งคู่กับคราบไคลเป็นสิ่งที่เกาะกับผิวพระกำแพงเม็ดขนุนบางองค์ที่บางและมีสีคล้ำ
เขียวอมน้ำตาลแก่ จับเป็นตอนๆ ประปรายและมาในสมัยปัจจุบัน
บางท่านก็เรียกว่าไคลบ้างก็เรียกว่าคราบดำและถ้าสีเข้มจุดเล็กๆ ก็เรียกว่า ราดำ
แล้วถ้าพิจารณาแล้วสันนิษฐานดูก็ควรจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตจำพวกพืชเช่น
ตะไคร้น้ำเกาะในขณะบรรจุอยู่ในกรุ
ซึ่งชำรุดอากาศผ่านได้แล้วเมื่อนำพระออกมาภายนอกผิวแห้งขึ้นกับเมื่อใช้ไปนานๆ
สภาพคล้ายกับไคลดังกล่าวนั้น
สำหรับพระกำแพงเม็ดขนุนที่บรรจุในกรุต่างๆ
ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง เมืองกำแพงเพชรนี้หากจะแบ่งแยกความแตกต่างของเนื้อดิน
ที่มีอยู่ตามกรุแล้วจะพิจารณาได้ในขอบเขตกว้างๆ เท่านั้น
เพราะหลักฐานที่ปรากฏลางเลือนมาก อันล้วนแต่เป็นคำบอกเล่าต่อๆ กันมาเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นหากจะกำหนดแนวกว้างๆ ก็จะปรากฏว่า
เนื้อชนิดละเอียดนุ่มจัดเท่านั้นมักจะมีในกรุวัดพระบรมธาตุและกรุใหญ่-น้อยที่อยู่ใกล้เคียงกัน
โดยจะมีเนื้อรวมทั้งสีต่างๆ
ละม้ายกันส่วนกรุที่มีอาณาบริเวณห่างออกไปอีกแต่ยังอยู่ในละแวกทุ่งเศรษฐีด้วยกันนั้นประเภทเนื้อนุ่มแน่นจัดปรากฏน้อย
โดยเฉพาะของกรุวัดพิกุล แม้ว่าเนื้อละเอียดเช่นกันแต่ก็จะมีความนุ่มน้อยกว่า
โดยจะเป็นประเภทเนื้อค่อนข้างแกร่งเสียเป็นส่วนใหญ่ส่วนประเภทเนื้อละเอียดนุ่มแต่ความเนียนของผิวไม่แน่นนักจะมีความสม่ำเสมอของเนื้อดีทั่วองค์
ก็จะปรากฏมีอยู่ในกรุต่างๆ ใกล้เคียงกันกับกรุวัดพระบรมธาตุเป็นส่วนมาก
ส่วนที่อยู่ห่างออกไปนั้น ไม่ค่อยพบ
หากจะพิจารณาในด้านมวลสารสำคัญที่ผสมในเนื้อดิน
อันได้แก่ว่านดอกมะขามกับเม็ดแร่แล้วจะปรากฏว่า
เนื้อของกรุวัดพิกุลมักจะมีขนาดใหญ่ละจำนวนมากกว่าของกรุพระบรมธาตุ

พระกำแพงลีลาเม็ดขนุนเนื้อเขียวคราบแดง
สำหรับพระกำแพงเม็ดขนุนที่บรรจุในกรุ
ต่างๆ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง
เมืองกำแพงเพชรนี้หากจะแบ่งแยกความแตกต่างของเนื้อดิน
ที่มีอยู่ตามกรุแล้วจะพิจารณาได้ในขอบเขตกว้างๆ เท่านั้น
เพราะหลักฐานที่ปรากฏลางเลือนมาก อันล้วนแต่เป็นคำบอกเล่าต่อๆ
กันมาเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหากจะกำหนดแนวกว้างๆ ก็จะปรากฏว่า
เนื้อชนิดละเอียดนุ่มจัดเท่านั้นมักจะมีในกรุวัดพระบรมธาตุและกรุใหญ่-น้อยที่อยู่ใกล้เคียงกัน
โดยจะมีเนื้อรวมทั้งสีต่างๆ
ละม้ายกันส่วนกรุที่มีอาณาบริเวณห่างออกไปอีกแต่ยังอยู่ในละแวกทุ่งเศรษฐีด้วยกันนั้นประเภทเนื้อนุ่มแน่นจัดปรากฏน้อย
โดยเฉพาะของกรุวัดพิกุล แม้ว่าเนื้อละเอียดเช่นกันแต่ก็จะมีความนุ่มน้อยกว่า
โดยจะเป็นประเภทเนื้อค่อนข้างแกร่งเสียเป็นส่วนใหญ่ส่วนประเภทเนื้อละเอียดนุ่มแต่ความเนียนของผิวไม่แน่นนักจะมีความสม่ำเสมอของเนื้อดีทั่วองค์
ก็จะปรากฏมีอยู่ในกรุต่างๆ ใกล้เคียงกันกับกรุวัดพระบรมธาตุเป็นส่วนมาก
ส่วนที่อยู่ห่างออกไปนั้น ไม่ค่อยพบ
หากจะพิจารณาในด้านมวลสารสำคัญที่ผสมในเนื้อดิน
อันได้แก่ว่านดอกมะขามกับเม็ดแร่แล้วจะปรากฏว่า
เนื้อของกรุวัดพิกุลมักจะมีขนาดใหญ่ละจำนวนมากกว่าของกรุพระบรมธาตุ
ประเภทเนื้อดินคราบแดง-เหลืองทางกรุวัดพิกุลมักจะมีความแกร่งมากกว่ากรุวัดพระบรมธาตุและจำพวกเนื้อเขียว
ที่ผิวนุ่มนั้นยังไม่เคยพบว่ามีทางกรุวัดพิกุลโดยส่วนมากมักจะพบที่กรุย่านกลางของกรุทุ่งเศรษฐีอนึ่ง
สำหรับเนื้อดินของพระกำแพงเม็ดขนุนฝั่งตะวันออก เป็นจำพวกเนื้อละเอียด
เช่นเดียวกันแต่ความนุ่มมีน้อย นอกจากบางองค์ที่ผ่านการใช้พอสมควร
เมื่อได้รับการแต่งผิวก็ปรากฏความนุ่มขึ้นบ้างแต่น้อยกว่าของกรุวัดพระบรมธาตุมาก
แต่พบบางองค์ที่มีผิวบ่งลักษณะ คล้ายการเคลือบบางๆ
ดังกล่าวมาแล้วในตอนต้นซึ่งลักษณะการเคลือบนี้
แม้จะมีความมันก็แตกต่างไปจากความมันอันเกิดจากเนื้อนุ่ม
และพระกำแพงเม็ดขนุนตามกรุต่างๆ ในฝั่งนี้
นอกจากเนื้อจะแตกต่างไปจากฝั่งตะวันตกแล้วหากนำพิมพ์พระไปพิจารณาประกอบการเปรียบเทียบแล้ว
ก็จะปรากฏให้เห็นว่าเป็นพระที่สร้างต่างยุคกันโดยทางฝั่งตะวันออกน่าจะสร้างหลังกว่า
จากที่ได้กล่าวถึงพระกำแพงเม็ดขนุนเนื้อดินมาแล้วนี้
พอจะสรุปการแบ่งลักษณะของเนื้อดินได้ดังนี้
1.
ชนิดเนื้อแน่นนุ่มจัดเป็นเนื้อละเอียดผิวเนื้อประหนึ่งขี้ผึ้ง
มีความมันลึกจากเงาสว่างเกิดง่ายเมื่อถูกเช็ดถู
บางองค์ปรากฏวัสดุคล้ายเยื่อบางๆ ในสภาพผิวโดยจะหายไปได้เมื่อลบเงาสว่างออกไป
เนื้อที่มีแทบทุกสีและที่จัดมากมักจะมีสีอมน้ำตาลทั้งแก่และอ่อน
หากจะมีการผ่านแล้วถ้าเป็นสีจำพวกแดงหรือแดงส้มมักจะมีสีเหลืองผ่าน
ส่วนว่านดอกมะขามละเอียด และเม็ดแร่จะปรากฏน้อย หรือไม่ปรากฏ
ถ้ามีก็เป็นเมล็ดเล็กๆ ลักษณะคราบจะปรากฏตามซอกหรือร่างเล็กๆ
2.
ชนิดเนื้อละเอียดนุ่มเป็นเนื้อละเอียดประเภทเกษร
ผิวเนื้อไม่แน่นเนียนมีความมันจากเงาสว่างไม่ลึกนัก
เนื้อมีความสม่ำเสมอแทบทั่วทั้งองค์ สีที่พบแล้วอยู่ในสกุล
จำพวกแดงแต่อมคล้ำและแดงประหนึ่งชาดก้อนก็เคยปรากฏ
ส่วนความผ่านของเนื้อที่ปรากฏคือ สีเหลือง ผิวชั้นนอกมักจะสึกหรอ เพราะธรรมชาติ
อันทำให้คราบเกาะได้ยาก สำหรับว่านดอกมะขามและแร่ เท่าที่พบยังไม่เคยปรากฏ
3.
ชนิดเนื้อแกร่งเป็นเนื้อละเอียดที่มีความแกร่ง แข็งพอตัว
มีว่านดอกมะขามและเมล็ดแร่ปรากฏเห็นชัด สีส่วนมากเป็นสีสกุลแดง และเขียวอมเทา
ถ้าเป็นสีเขียว คราบแดง-เหลือง
จะหนาสำหรับเนื้อผ่านมักจะผ่านเขียวคล้ำหรือเขียวอมเทา
ส่วนคราบมีเกาะอยู่ตามซอก

พระกำแพงลีลาเม็ดขนุนวรรณะส้มแดงคราบหินปูน-ราขาวขึ้นทับราดำอีกที