พระกำแพงลีลาพลูจีบ

 

 

 

เมืองกำแพงเพชร เป็นจังหวัดที่อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ ๓๕๐ ก.ม.ไปทางเหนือ มีอีกชื่อตามโบราณว่า "ชากังราว" เป็นเมืองที่ถือว่าเป็นประตูเข้าภาคเหนือ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง

เมืองกำแพงเพชร  เป็นเมืองรุ่นเก่ามีประวัติความเป็นมาคร่ำคร่าที่รู้ๆกันดีก็คือ กำแพงเพชรเป็นเมืองลูกหลวงของราชอาณาจักรสุโขทัย เมืองลูกหลวงของสุโขทัยนั้นเท่าที่เรารู้จักมีอยู่สองแห่งคือ กรุงศรีสัชนาลัยเป็นเมืองลูกหลวงทางทิศเหนือ กำแพงเพชรเป็นเมืองลูกหลวงทางทิศใต้ กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาตอนต้นเมื่อยกทัพขึ้นไปปราบปรามอาณาจักรทางเหนือ ก่อนจะถึงกรุงสุโขทัยก็จะต้องปะทะกับกำแพงเพชร ซึ่งเป็นหน้าด้านทาง ทิศใต้เสียก่อนดูเหมือนว่า กำแพงเพชรเป็นปราการสำคัญของราชอาณาจักรแห่งนี้ และเป็นเมืองลูกหลวงสำคัญจึงได้มีการก่อสร้างเสียใหญ่โตแข็งแรง

กำแพงเพชร มิใช่เมืองธรรมดานอกจากจะเป็นนครเอกของสุโขทัยแล้ว ยังมีฐานะเป็นนครที่เจ้าครองนครมีอำนาจเหมือนกษัตริย์ทุกอย่าง ซึ่งความเป็น จริงของพงศาวดารรับกันกับศิลปะวัตถุโบราณ อันมีขนาดใหญ่โตมโหฬารของที่นั่น ใครที่เคยไปเที่ยวชมโบราณสถานที่นั่นมาแล้วโดยทั่ว จะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ ด้วยวัดวาอารามก็ดีภูมิฐานของบ้านเมืองก็ดี บ่งว่าเป็นเมืองสำคัญระดับมีกษัตริย์ปกครองเลยทีเดียวไม่แพ้สุโขทัย และศรีสัชนาลัยเลย ที่สำคัญก็คือ มีถนนโบราณเรียกถนนพระร่วงจากกำแพงเพชรไปถึงสุโขทัย และต่อไปจนถึงศรีสัชนาลัย บ่งว่าเมืองกำแพงเพชรมีความสำคัญกับสุโขทัยกันอย่างแนบแน่น

กำเพงศิลาแลง อันมั่นคงของกำแพงเพชรน่าจะสร้างขึ้นในสมัยเมื่อพระมหาธรรมราชาลิไทเสด็จจากกรุงสุโขทัย ลงมาบัญชาการรบที่เมืองกำแพงเพชร สันนิษฐานว่ากำแพงเมืองนี้นำมาตั้งเป็นชื่อ เมืองกำแพงเพชร

ส่วนเมืองเก่าฝั่งตรงข้ามแม่น้ำปิงซึ่งเรียกกันว่าเมืองนครชุม ชื่อนี้ก็มีกล่าวถึงในจารึกสุโขทัย คงมีกำแพงเมืองเหลืออยู่เพียงบางส่วน ที่ถูกน้ำเซาะจนพังทลายไปก็มาก เมืองนครชุมมีกำแพงเมืองอยู่ประชิดริมแม่ร้ำแล้วโอบเป็นรูปวงรียาว ยังมีวัดมหาธาตุปรากฎอยู่ลักษณะพิเศษของเมืองกำแพงเพชรคือ งานประติมากรรม ที่นี่มีพระพุทธรูปและพระเครื่องแบบสุโขทัย ซึ่งเป็นลักษณะของตนเองจัดอยู่ในสกุลช่างเฉพาะตัวการที่ศิลปะกรรมมีลักษณะเฉพาะตัวก็เพราะว่าที่นี่เป็นเมืองใหญ่ มีช่างเอกสามารถกำหนดแบบแผนของตนได้

โบราณสถานอันประกอบด้วยสถูปเจดีย์ และวัดวาอารามใหญ่น้อยในเมืองกำแพงเพชร ส่วนใหญ่มักก่อด้วยศิลาแลงแบบเดียวกับที่พบยังเมืองศรีสัชนาลัย ด้วยพื้นดินบางส่วนที่นี่ขุดลงไปจะพบศิลาแลง จึงได้ใช้วัสดุพื้นเมืองทำขึ้นแต่สถูปเจดีย์รุ่นเก่าอันมีรูปทรงแบบศิลปะอู่ทอง มักจะก่อสร้างด้วยอิฐขนาดใหญ่ ก่อแบบสนิทไม่สอปูนโดยสอด้วยยางไม้เทคนิคการก่อสร้างปราณีตมาก ต้องจัดว่าสิ่งที่ก่อสร้างด้วยอิฐเป็นของเก่ากว่าพวกที่ทำด้วยศิลาแลง

พระบูชาและพระเครื่องที่ขุดพบ ณ เมืองกำแพงเพชรที่น่าสนใจศึกษามีกรุวัดอาวาสใหญ่อาวาสน้อย วัดพิกุล วัดฤาษี วัดช้างลอบ วัดพระนอน วัดสี่อิริยาบท วัดกะโลทัย วัดพระแก้ว วัดพระบรมธาตุ ซึ่งอยู่ในลานทุ่งเศรษฐีโดยเฉพาะวัดพระบรมธาตุนี้ยังได้เจอแผ่นลานเงิน ลานทอง ประวัติการสร้างพระดังได้กล่าวว่า

เนื้อหาที่เป็นแบบพระกำแพงเพชรแท้ๆ


 

"ตำบลเมืองพิษณุโลก เมืองกำแพงเพชร เมืองพิชัยสงคราม เมืองพิจิตร เมืองสุพรรณบุรี ว่ามีฤาษี ๑๑ ตน ฤาษีเป็นใหญ่ ๓ ตน ฤาษีตาไฟตนหนึ่ง ฤาษีตาวัวตนหนึ่งเป็นประธานแก่ฤาษีทั้งหลายจึงปรึกษากันว่าเราท่านทั้งนี้จะเอาอันใดให้แก่พระยาศรีธรรมโศกราช ฤาษีทั้ง ๓ จึงว่าแก่ฤาษีทั้งปวงว่า เราจะทำด้วยฤทธิ์ทำด้วยเครืองประดิษฐานเงินทองไว้ฉะนี้ฉลองพระองค์ จึงทำให้เป็นมฆพัฒน์อุทุมพร เป็นมฤตยพิศม์ อายุวัฒนะ

 พระฤาษีประดิษฐ์ไว้ในถ้ำแห่งใหญ่น้อยเป็นอาณุภาพแก่มนุษย์ทั้งหลาย สมณชีพราหมณาจารย์ เจ้าไปถ้วน ๕,๐๐๐ พรรษา ฤาษีตนหนึ่งจึงว่าแก่ฤาษีทั้งปวงว่า ท่านจงไปเอาว่านทั้งหลายอันมีฤทธิ์เอามาให้ได้ ๑,๐๐๐ เก็บเอาเกสรไม้อันวิเศษที่มีกฤษณาเป็นอาทิให้ได้ ๑,๐๐๐ ครั้นเสร้จแล้ว ฤาษีทั้งปวงจึงป่าวร้องเทวดาทั้งปวง

(เข้าใจว่าทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญเทวดา) ให้ช่วยกันบดยาทำเป็นพิมพ์ไว้สถานหนึ่ง ทำเป็นผงเป็นก้อนประดิษฐานด้วยมนต์คาถาให้ประสิทธิทุกอัน จึงให้ฤาษีทั้งนั้นเอาเกสรไว้บนเจดีย์อันหนึ่ง

 ถ้าผู้ใดได้ถวายพระพรแล้วจึงเอาไว้ใช้ตามอานุภาพเถิดให้ระลึกถึงพระคุณฤาษีที่ทำไว้นั้นเถิด...มีกูไว้ไม่จน..."

ดูเอาเถิดท่านนักนิยมพระที่รักทั้งหลาย พระเบญจภาคีที่มีกฤติยามนตร์ แสนวิเศษ อย่างที่มนุษย์คนใด เปี่ยมด้วยอำนาจวาสนาคนไหนก็ไม่สามารถจะดลบันดาลได้ ก็สุดแสนแพงอย่างที่คนเดินดินกินข้าวยากนักที่จะไดเห็นของจริง (อย่าว่าแต่จะเป็นเจ้าของเลย)พระเนื้อดินที่มีคุณวิเศษอย่างพระเมืองกำแพงนี้ยากนักที่แก้วแหวนเงินทองสิ่งต่างๆที่สูงค่าปานใดต่างมิอาจเปรียบได้ ขอให้ทุกท่านโชคดี

 

 

พระกำแพงลีลาพลูจีบ