งานศิลปะที่แสดงออกโดยกรรมวิธี
การปั้น การแกะสลัก การหล่อ หรือการประกอบเข้าเป็นรูปทรง 3 มิติ
ซึ่งมีแบบอย่างเป็นของไทยโดยเฉพาะ วัสดุที่ใช้ในการสร้างมักจะเป็น ดิน ปูน
หิน อิฐ โลหะ ไม้ งาช้าง เขาสัตว์ กระดูก ฯลฯ ผลงานประติมากรรมไทย
มีทั้งแบบ นูนต่ำ นูนสูง และลอยตัว งานประติมากรรมนูนต่ำ และนูนสูงมักทำ
เป็นลวดลายประกอบกับสถาปัตยกรรม เช่นลวดลายปูนปั้น ลวดลายแกะ
สลักประดับตามอาคารบ้านเรือนโบสถ์ วิหาร พระราชวัง ฯลฯ นอกจาก
นี้ยังอาจเป็นลวดลายตกแต่งงานประติมากรรมแบบลอยตัวด้วย สำหรับ
งานประติมากรรมแบบลอยตัว มักทำเป็นพระพุทธรูป เทวรูป รูปเคารพ ต่าง ๆ
ตุ๊กตา ภาชนะดินเผา ตลอดจนถึงเครื่องใช้ต่าง ๆ
ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามสกุลช่างของแต่ละท้องถิ่น
หรือแตกต่างกันไป ตามคตินิยมในแต่ละยุคสมัย
โดยทั่วไปแล้วเรามักศึกษาลักษณะของสกุล ช่างที่เป็นรูปแบบของศิลปะสมัยต่าง ๆ
ในประเทศไทยจากลักษณะของ พระพุทธรูป เนื่องจาก
เป็นงานที่มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จัดสร้างอย่างปราณีตบรรจง
ผู้สร้างมักเป็นช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญที่สุดใน ท้องถิ่นหรือยุคสมัยนั้น
และเป็นประติมากรรมที่มีวิธีการจัดสร้างอย่าง ศักดิ์สิทธิ์เปี่ยมศรัทธา
จากการสำรวจ และขุดค้นแหล่งโบราณคดีในเขตจังหวัดลำพูน
ของกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากร และโบราณวัตถุที่ชาวบ้านพบโดยบังเอิญ
ซึ่งได้มีการพบโบราณวัตถุเนื่องในพุทธศาสนาประเภทพระพิมพ์จำนวนหนึ่งคือพระพิมพ์ซุ้มพุทธคยาพระกวาง
พระลือหน้ามงคล พระแปด และพระสิบแปด โดยจะขุดพบในชั้นวัฒนธรรมสมัยล้านนา
(พุทธศตวรรษที่ ๑๙ - ๒๑
)แต่จากการศึกษาเปรียบเทียบด้านรูปแบบศิลปะของพระพิมพ์แล้วพบว่า พระพิมพ์ซุ้มพุทธคยา
มีรูปแบบเหมือนพระพิมพ์ที่แพร่หลายอยู่ในประเทศพม่า ที่เมืองพุกาม และพะโค
ช่วงพุทธศตวรรษ ที่ ๑๖
ส่วนพระลือหน้ามงคล และพระกวาง นั้น
เป็นกลุ่มพระพิมพ์ที่มีอายุอยู่ในช่วง พุทธศตวรรษ ที่ ๑๕ - ๑๖ เช่นกัน
โดยเป็นกลุ่มพระพิมพ์ที่มีคติและรูปแบบมาจากเรื่องราวในพุทธประวัติสองตอนคือ
ตอนตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ที่พุทธคยา และตอนแสดงปฐมเทศนาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
(สวนกวาง) ซึ่งเป็นภาพพุทธประวัติที่นิยมสร้างกันในประเทศอินเดีย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในสกุลช่างคุปตะ (พุทธศตวรรษ ที่ ๑๙-๑๑) และสกุลช่างปาละ
(พุทธศตวรรษ ที่ ๑๒-๑๔)สำหรับ พระลือหน้ามงคล ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มปรกโพธิ์
(กลุ่มพระรอด พระคง พระเปิม และพระบัง)
สร้างตามคติและรูปแบบที่แสดงเรื่องราวในพุทธประวัติตอนตรัสรู้ และปฐมเทศนา
ซึ่งแสดงภาพพระพุทธเจ้าปางมารวิชัย (ปางตรัสรู้)
และมีกวางสองตัวหมอบอยู่ข้างๆ(สัญลักษณ์ของการแสดงปฐมเทศนาที่ป่ากวาง)
แสดงว่าอิทธิพลพุทธศาสนาที่ปรากฏในเมืองหริภุญชัยนั้น
มาจากหลายสายมีอิทธิพลศิลปะอินเดียแบบคุปตะ ผ่านวัฒนธรรมทราวดีเข้ามาทางหนึ่ง
และคตินิยมของชาวพื้นเมืองผสมผสานเข้าไปจึงปรากฏรูปแบบพระพิมพ์
ที่มีลักษณะแตกต่างไปจากต้นแบบ กลายเป็นแบบเฉพาะของชุมชนในวัฒนธรรมหริภุญชัยต่อไป
พระเปิมนั้นนับเป็นหนึ่งในพระพิมพ์ศิลปหริภุญชัย
ที่ได้รับอิทธิพลศิลปแบบคุปตะจากอินเดีย อายุราวพุทธศตวรรษ ที่ 12 -13
พบมากที่กรุวัดดอนแก้ว บริเวณวัดมหาวันและทั่วไปในพื้นที่จังหวัดลำพูน
ส่วนองค์นี้เป็นพระเปิม กรุวัดดอนแก้วเนื้อสีพิกุล
คราบเหลืองสภาพเดิมๆสวยสมบูรณ์พร้อม นับได้ว่าเป็นหนึ่งในร้อยที่หาชมได้ยาก .